สภาพภูมิอากาศโลกไม่อาจเหมือนเดิมอีก ทุกภาคส่วนต้องเร่งลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก
การสะสมคาร์บอนไดออกไซด์ตามธรรมชาติ (Carbon sink) จากรายงาน Global Carbon Project เช่น พืชและมหาสมุทร ซึ่งช่วยกำจัดการปล่อยก๊าซโดยรวมประมาณครึ่งหนึ่งที่เกิดจากน้ำมือมนุษย์นั้นมีประสิทธิภาพในการช่วยดูดซับก๊าซให้ลดลง รายงานฉบับนี้จึงได้เสนอให้ลดการตัดไม้ทำลายป่า และเพิ่ม Carbon sink ตามธรรมชาติ โดยเฉพาะในป่าไม้และดิน
ในขณะที่รายงานของคณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (IPCC) สามฉบับที่เปิดตัวในปี 2018 และ 2019 ประเมินความครอบคลุมและแนวโน้มเฉพาะเจาะจงของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยมีการเปิดเผยรายงานเหล่านี้ออกมาก่อนหน้ารายงานการประเมิน ครั้งที่ 6 (Sixth Assessment Report) ที่กำหนดจะเสร็จสิ้นในปี 2022
การจำกัดภาวะโลกร้อนให้อุณหภูมิเพิ่มที่ 1.5 องศาเซลเซียสสามารถบรรลุควบคู่ไปกับการบรรลุเป้าหมายระดับโลกอื่น ๆ เช่น การบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนและการขจัดความยากจน
รายงานแสดงให้เห็นว่าการจัดการที่ดินที่ดีขึ้นสามารถแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้ แต่ไม่ใช่ทางออกเดียว เพราะการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากทุกภาคส่วนมีความสำคัญ หากต้องการรักษาภาวะโลกร้อนไม่ให้อุณหภูมิเพิ่มขึ้นมากกว่า 2 องศาเซลเซียส (หากทำไม่ได้ตามเป้า 1.5 องศาเซลเซียส)
ข้อมูลจากองค์กร Future Earth และ Earth League
หลักฐานที่รวบรวมได้ตอกย้ำว่ามนุษย์เป็นต้นเหตุสำคัญของการเปลี่ยนแปลงระบบบนโลก โดยเฉพาะในยุคใหม่ที่เรียกว่า ยุคแอนโธรโปซีน (Anthropocene)
ผลกระทบต่อสภาพอากาศที่เพิ่มขึ้น เพิ่มความเสี่ยงที่จะทำให้เราขยับเข้าใกล้จุดเปลี่ยนสำคัญ หากไปถึงจุดเปลี่ยนนี้จะนำไปสู่ผลกระทบที่ใหญ่หลวง ในบางกรณีอาจเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลัน และ/หรือ การเปลี่ยนแปลงที่ย้อนกลับให้เป็นเหมือนเดิมไม่ได้อีก
ในเวลานี้ มีความตระหนักเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ว่าผลกระทบต่อสภาพอากาศนั้นรุนแรง และเร็วกว่าการประเมินสภาพอากาศที่ระบุไว้ แม้ว่าจะเพิ่งระบุไว้เมื่อทศวรรษที่ผ่านมานี่เองก็ตาม
เมื่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศทวีความรุนแรงมากขึ้น เมืองต่าง ๆ ก็จะมีความอ่อนไหวเป็นพิเศษต่อผลกระทบจากปัญหานี้ เช่น ความเครียดจากความร้อน ดังนั้นเมืองต่าง ๆ จึงมีบทบาทสำคัญในการลดการปล่อยก๊าซทั้งในระดับประเทศและระดับโลก
กลยุทธ์ในการลดระดับความเสียหาย และยกระดับการปรับตัวด้วยการจัดการความเสี่ยงนั้นเป็นสิ่งที่จำเป็นในอนาคต แต่ทั้ง 2 อย่างก็ยังไม่เพียงพอ หากจะพิจารณาขอบเขตและผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
มีเพียงมาตรการที่เป็นรูปธรรมและทำได้ในทันทีเท่านั้น คือ การส่งเสริมมาตรการ de-carbonization ในเชิงนโยบายอย่างจริงจัง การป้องกันและการเพิ่มประสิทธิภาพแหล่งกักเก็บคาร์บอนไดออกไซด์ตามธรรมชาติ (Carbon sink) และการเพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพ รวมถึงความพยายามในการลดปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์ในชั้นบรรยากาศ มาตรการเหล่านี้จะช่วยให้เราไปถึงเป้าหมายตามที่ระบุไว้ในความตกลงปารีส (Paris Agreement)
อ้างอิง: https://www.unenvironment.org/news-and-stories/press-release/landmark-united-science-report-informs-climate-action-summit?fbclid=IwAR1lA-MjGlJjhbhqbZ5NWJTYAJUKRecInbVFwm9rg3fc2rdjTjUYU8gZPv0
อ่านบทความเพิ่มเติม >> คลิก <<