deqp
ระบบข่าวประชาสัมพันธ์
รายละเอียดข่าว
สส. จัดอบรมชี้แจงเกณฑ์การส่งเสริมการเพิ่มพื้นที่สีเขียวในเมืองและชุมชน

            กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม (สส.) จัดประชุมอบรมส่งเสริมการเพิ่มพื้นที่สีเขียว พร้อมชี้แจงเกณฑ์ในการประเมินพื้นที่สีเขียวในเมืองและชุมชน เพื่อเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจ ส่งเสริมการมีส่วนร่วม และเสริมศักยภาพเครือข่ายองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการเพิ่มพื้นที่สีเขียวในเมืองและชุมชน รวมทั้งเพื่อสร้างความร่วมมือในการผลักดันให้เกิดการมีส่วนร่วมจากชุมชนในการเพิ่มพื้นที่สีเขียวของประเทศต่อไป ระหว่างวันที่ 15-17 มกราคม 2562 ณ โรงแรมกานต์มณี พาเลซ กรุงเทพมหานคร

            ปัจจุบันในพื้นที่เขตเมืองต่าง ๆ โดยเฉพาะเมืองขนาดใหญ่ มีความเจริญอย่างรวดเร็ว ประชากรจำนวนมาก พื้นที่อาคารบ้านเรือนเพิ่มขึ้น ซึ่งสวนทางกับพื้นที่ปลูกต้นไม้ พื้นที่สวนสาธารณะหรือพื้นที่สีเขียวมีจำนวนลดลง ในขณะที่พื้นที่สีเขียวมีส่วนช่วยในเรื่องของคุณภาพอากาศ และสุขภาพของประชาชนหลายด้าน อาทิ ช่วยลดความร้อน กรองฝุ่น ดูดซับมลพิษ กักเก็บคาร์บอน อีกทั้งยังช่วยลดเสียงรบกวน และชะลอความเร็วลมได้ รวมถึงเป็นแหล่งนันทนาการสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ และเป็นที่อยู่อาศัยของพืชและสัตว์ที่หลากหลาย จึงเป็นเรื่องสำคัญที่ทุกภาคส่วนจะต้องร่วมมือกัน ช่วยกันเพิ่มพื้นที่สีเขียวในบ้านเรือนและในเมืองของตนเอง ซึ่งตามแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี มอบให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รับผิดชอบในประเด็นการสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนบนสังคมเศรษฐกิจสีเขียว เพื่ออนุรักษ์ รักษา ฟื้นฟูฐานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อให้เกิดการใช้ประโยชน์ที่สมดุลกับขีดความสามารถของระบบนิเวศ โดยมีเป้าหมายการเพิ่มพื้นที่สีเขียวของประเทศให้ได้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 55 ของพื้นที่ประเทศ แบ่งออกเป็น พื้นที่ป่าธรรมชาติ ร้อยละ 35 พื้นที่สวนป่าใช้ประโยชน์ ร้อยละ 15 และพื้นที่สวนสาธารณะเพื่อการพักผ่อนหย่อนใจ ร้อยละ 5 และในส่วนของการเพิ่มพื้นที่สีเขียวในชุมชน ได้กำหนดเป้าหมายตามกรอบยุทธศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับพื้นที่สีเขียวในเมือง คือ จะต้องเพิ่มพื้นที่สีเขียวในชุมชนให้ได้ร้อยละ 20 ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จะต้องมีการปลูกต้นไม้เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียวในชุมชนไม่น้อยกว่า 40 ล้านต้น หรือ 0.2 ล้านไร่ ซึ่งกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อมได้กำหนดแนวทางส่งเสริมและสนับสนุนการขับเคลื่อนงานตามยุทธศาสตร์ดังกล่าวไว้ในการประเมิน “เมืองสิ่งแวดล้อมยั่งยืน” ที่ต้องประกอบไปด้วยองค์ประกอบ 4 ด้าน คือ “เมืองอยู่ดี คนมีสุข สิ่งแวดล้อมยั่งยืน และเทศบาลแห่งการเรียนรู้และการบริหารจัดการที่ดี” ซึ่งประเด็นสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาพื้นที่สีเขียวในเมือง คือ องค์ประกอบด้าน “สิ่งแวดล้อมยั่งยืน” ได้กำหนดตัวชี้วัดด้านการอนุรักษ์และพัฒนาพื้นที่สีเขียวให้เกิดประโยชน์ต่อการดำรงชีวิต ซึ่งมีแนวทางหรือกิจกรรมตัวอย่าง เช่น มีการสำรวจและวิเคราะห์สัดส่วนพื้นที่สีเขียวต่อประชากร หรือการจัดทำแผนอนุรักษ์และพัฒนาพื้นที่สีเขียว , ดำเนินกิจกรรมอย่างมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์และพัฒนาพื้นที่สีเขียว เช่น การขึ้นทะเบียนต้นไม้ การปลูกป่า การพัฒนาสวนสาธารณะ การสำรวจข้อมูลพื้นที่สีเขียวและต้นไม้ในพื้นที่ ,ส่งเสริมการใช้พื้นที่สีเขียวที่สอดคล้องกับเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม เช่น การพักผ่อนหย่อนใจ การทำกิจกรรมนันทนาการ การส่งเสริมการปลูกไม้ผลในพื้นที่สาธารณะ รวมถึงมีการประเมินผลทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรมจากการอนุรักษ์และพัฒนาพื้นที่สีเขียว

            สำหรับการประชุมอบรมการส่งเสริมพื้นที่สีเขียว ในระหว่างวันที่ 15-17 มกราคม 2561 จะเป็นการเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจ และส่งเสริมการมีส่วนร่วมขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการเพิ่มพื้นที่เขียวในเมืองและชุมชน โดยมีการกำหนดเกณฑ์ในการประเมินพื้นที่สีเขียวในเมืองและชุมชน เพื่อใช้เป็นกลไกในการขับเคลื่อนการเพิ่มพื้นที่สีเขียวในเมือง ออกเป็น 5 ประเภท ดังนี้

  1. พื้นที่สีเขียวธรรมชาติ เป็นพื้นที่ธรรมชาติที่มีอยู่เดิม มีความสำคัญต่อระบบนิเวศของพื้นที่
    ให้ประโยชน์ทั้งทางตรงและทางอ้อมต่อชุมชน จำเป็นต้องอนุรักษ์ให้คงอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์ด้วยการจัดการ
    ที่เหมาะสม รูปแบบของพื้นที่สีเขียวประเภทนี้ ได้แก่ ภูเขา ป่าไม้ตามธรรมชาติ แหล่งน้ำ คู คลอง ทะเลสาบ พรุ
  2. พื้นที่สีเขียวเพื่อบริการ เป็นพื้นที่สีเขียวและที่โล่งที่ประชาชนทั่วไปสามารถเจ้าไปใช้บริการ
    เพื่อคุณภาพชีวิตของชุมชน ทั้งการพักผ่อนและเสริมสร้างทัศนียภาพให้กับเมือง ได้แก่ สวนสาธารณะ สวนหย่อม สวนพฤกษศาสตร์ สวนรุกขชาติ สนามกีฬากลางแจ้ง สนามเด็กเล่น ลานกลางเมือง
  3. พื้นที่สีเขียวเฉพาะ เป็นพื้นที่สีเขียวในพื้นที่ส่วนบุคคล เพื่อประโยชน์ใช้สอยเฉพาะผู้ที่เกี่ยวข้องที่ประชาชนทั่วไปอาจไม่สามารถเข้าไปใช้บริการได้โดยตรง แต่มีผลในการเสริมสร้างคุณค่าด้านสิ่งแวดล้อมให้กับชุมชน ได้แก่ พื้นที่สีเขียวในหน่วยงานราชการ สถาบันการศึกษา โรงพยาบาล วัด พื้นที่สีเขียวในอาคาร บ้านพักอาศัย อาคารพาณิชย์ หมู่บ้านจัดสรร โรงแรง ห้างสรรพสินค้า
  4. พื้นที่สีเขียวริมเส้นทางสัญจร พื้นที่สีเขียวและที่โล่งในแนวเส้นทางสัญจรสาธารณะที่มีรูปร่างเป็นริ้วยาว ขนานกับเส้นทางสัญจร และ/หรือ ขนานกับแหล่งน้ำ คู คลอง หรือลำประโดง มีบทบาททั้งการพักผ่อน และเสริมสร้างทัศนียภาพให้กับเมือง ได้แก่ พื้นที่บริเวณทางสัญจรทางบก เช่น ริมถนน เกาะกลางถนน ริมทางรถไฟ และพื้นที่ทางสัญจรทางน้ำ เช่น ริมแม่น้ำ ริมลำคลอง
  5. พื้นที่สีเขียวเพื่อเศรษฐกิจชุมชน พื้นที่สีเขียวและที่โล่งที่สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับเจ้าของพื้นที่ และเสริมสร้างคุณค่าด้านสิ่งแวดล้อมให้แก่บริเวณชุมชน โดยมีพรรณไม้หรือพืชพรรณเป็นองค์ประกอบหลักอยู่ในพื้นที่ ได้แก่ พื้นที่เกษตรต่าง ๆ เช่น สวนไม้ผล นาข้าว พืชไร่ สวนป่าเศรษฐกิจ พื้นที่ปลูกไม้มีค่าทางเศรษฐกิจ พื้นที่สวนผสมผสาน และพื้นที่ทำประมง เช่น บ่อเลี้ยงปลา

            และสำหรับเกณฑ์การประเมินพื้นที่สีเขียวในเมืองและชุมชนจะแบ่งตามขนาดของเมืองเป็น 3 ขนาด คือ ชุมชนเมืองขนาดใหญ่ ชุมชนเมืองขนาดกลาง และชุมชนเมืองขนาดเล็ก และพิจารณามาตรฐานของพื้นที่สีเขียวใน 3 ด้าน ได้แก่

            เกณฑ์มาตรฐานเชิงปริมาณ กำหนดสัดส่วนพื้นที่สีเขียวต่อมาตรฐานตัวชี้วัดต่าง ๆ ออกเป็น
2 ระดับคือ มาตรฐานของพื้นที่สีเขียวในภาพรวมหรือระดับมหภาค และมาตรฐานพื้นที่สีเขียวที่จำแนกตามประเภทของพื้นที่สีเขียว

            เกณฑ์มาตรฐานเชิงคุณภาพ กำหนดขึ้นตามกรอบแนวคิดในการออกแบบ พัฒนา และการจัดการพื้นที่สีเขียวเพื่อให้เกิดประโยชน์หรือเกิดคุณค่าต่อมิติต่าง ๆ อันได้แก่ มิติด้านสิ่งแวดล้อม มิติด้านสังคม และมิติด้านเศรษฐกิจ

            เกณฑ์มาตรฐานเชิงการบริหารและการจัดการ  กำหนดขึ้นมาเพื่อให้เกิดการขับเคลื่อนและพัฒนาพื้นที่สีเขียวในแง่ของการบริหารและการจัดการที่เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผล เพื่อก่อให้เกิดระบบในการบริหารและการจัดการพื้นที่สีเขียวในเขตเมืองและชุมชนของประเทศไทยต่อไปในอนาคต

            โดยการชี้แจงหลักเกณฑ์ในครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของขั้นตอนการรับสมัครองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่สนใจ ระหว่างเดือนมกราคม – เดือนกุมภาพันธ์ 2562 และจะประเมินผลการดำเนินงานการเพิ่มพื้นที่สีเขียวขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นภายในเดือนมิถุนายน 2563 สำหรับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่สนใจจะสมัครเข้าร่วมโครงการสามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สำนักส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม โทรศัพท์ 0 2298 5640 , 0 2278 8400 ต่อ 1753,1754